
ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ เพราะอะไร? เงินเฟ้อขึ้นแต่ทองกลับลง
โดย Admin KnightArmy • 4/11/2569
คนที่คุ้นกับสูตร "เงินเฟ้อสูง ทองต้องขึ้น" อาจงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ราคาทองคำโลกหลุดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อ 30 ต.ค. 2569 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 17 ก.ค. และลงไปทำระดับต่ำสุดของปีใกล้ 3,900 ดอลลาร์เมื่อ 2 พ.ย. บทความนี้อธิบายว่าทำไมทองลงทั้งที่เงินเฟ้อกำลังเร่งตัว
ทำไมเงินเฟ้อขึ้น แต่ทองกลับลง?
ทองคำไม่จ่ายดอกเบี้ย เมื่อเงินเฟ้อร้อนแรงจน Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างพันธบัตรจะน่าสนใจกว่าทอง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองจึงสูงขึ้น
ตัวเลขล่าสุดที่เป็นชนวนคือดัชนีราคาค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ โดยPCE เดือน ก.ย. เร่งขึ้นเป็น 3.6% จาก 3.4% ในเดือนก่อน ส่วน Core PCE อยู่ที่ 3.1% ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 3 โตดีกว่าคาด ตลาดจึงมองว่า Fed มีเหตุผลที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง และโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เพิ่มจาก 73.3% เป็นราว 79.6% ตามเครื่องมือ CME FedWatch
ปัจจัยซ้ำเติมอีก 3 เรื่อง
1. หุ้นเทคโนโลยีเทขายทั่วโลก
การขายหุ้นเทคโนโลยีในวอลล์สตรีทกระตุ้นการบังคับขายสินทรัพย์ในตลาดทอง จนทองร่วงลงเกิน 3.5% ในช่วงหนึ่ง เมื่อนักลงทุนต้องหาเงินสดมาชดเชยขาดทุนจากหุ้น ทองก็ถูกขายตามไปด้วย
2. ดอลลาร์แข็งและผลตอบแทนพันธบัตรสูง
แม้ราคาน้ำมันจะลงมาอยู่ระดับต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์เมื่อ 3 พ.ย. ซึ่งโดยปกติควรช่วยหนุนทอง แต่การคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น และดอลลาร์ที่แข็งกว่า กลบปัจจัยบวกอื่นหมด
3. ราคาทองเคยสูงมาก จึงมีพื้นที่ให้ปรับฐาน
ราคา LBMA ทำสถิติสูงสุดของปี 2569 ที่ 5,501.70 ดอลลาร์ เมื่อ 29 ม.ค. ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันราว 27% ทองจึงยังห่างจากจุดสูงสุดมากพอสมควร
แล้วมีแรงหนุนไหม?
มีอยู่บ้าง ครัวเรือนจีนและนักลงทุนระยะยาวเข้าซื้อเมื่อราคาย่อ ช่วยพยุงราคาแถว 4,000 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์จาก Heraeus ระบุว่าตัวเลขสำรองของธนาคารกลางจีน (PBoC) เดือน ต.ค. ที่จะออกต้นเดือน พ.ย. จะบอกว่าการซื้อของทางการเร่งขึ้นหรือไม่
ราคาทองในไทยตอนนี้
เมื่อ 3 พ.ย. 2569 ราคาทองเปิดตลาดที่ทองคำแท่งขายออก 63,050 บาท และทองรูปพรรณขายออก 63,850 บาท ต่อมาราคาทองแท่งขายออกอยู่ราว 62,500 บาท ตอนปิดตลาด
ข้อควรรู้สำหรับคนซื้อทองรูปพรรณคือส่วนต่างราคาซื้อ-ขายค่อนข้างกว้าง ตอนเปิดตลาดวันเดียวกัน ทองรูปพรรณรับซื้อตามฐานภาษีอยู่ที่ 61,595 บาท ขณะที่ขายออก 63,850 บาท ต่างกันกว่า 2,200 บาท ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ ถ้าซื้อเพื่อลงทุนจริง ทองคำแท่งมักมีส่วนต่างแคบกว่า
สิ่งที่ต้องจับตา
ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่กระทบดอลลาร์และหุ้นเทคโนโลยี
ตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ก่อนการประชุม Fed ในวันที่ 9 ธ.ค.
ข้อมูลการซื้อทองของ PBoC ที่จะเผยให้เห็นแรงซื้อจากภาครัฐ
ค่าเงินบาท ซึ่งมีผลต่อราคาทองในประเทศโดยตรง ธนาคารกรุงศรีฯ ประเมินกรอบ33.50–34.00 บาทต่อดอลลาร์ในสัปดาห์นี้
แนวคิดสำหรับผู้สนใจลงทุนทอง (เพื่อการศึกษา)
อย่าซื้อด้วยเหตุผลเดียว ทองไม่ได้ขึ้นทุกครั้งที่เงินเฟ้อสูง เพราะทิศทางดอกเบี้ยมักสำคัญกว่า
ทยอยซื้อเป็นงวด เพื่อลดความเสี่ยงจากการเลือกจังหวะผิดในตลาดที่ผันผวน
กำหนดสัดส่วนในพอร์ตไว้ล่วงหน้า ไม่ให้ทองมากเกินไปจนกระทบเป้าหมายการเงินโดยรวม
เช็กต้นทุนแฝง ทั้งค่ากำเหน็จ ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย และค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการ
สรุป
ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์เพราะตลาดเชื่อว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีก ดอลลาร์แข็ง และมีแรงขายจากหุ้นเทคโนโลยีมาซ้ำเติม ขณะที่แรงซื้อจากจีนยังช่วยพยุงอยู่บ้าง ทิศทางต่อจากนี้ขึ้นกับข้อมูลเงินเฟ้อและท่าทีของ Fed เป็นหลัก