12 เทคนิคและกลยุทธ์การเทรด ทำกำไรสำหรับนักลงทุนทุกระดับ

12 เทคนิคและกลยุทธ์การเทรด ทำกำไรสำหรับนักลงทุนทุกระดับ

โดย Admin KnightArmy21/1/2569

กลยุทธ์การเทรด 

ในโลกของการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีความรู้และเทคนิคการเทรดที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ที่กำลังมองหาแนวทางเริ่มต้น หรือเทรดเดอร์ที่กำลังมองหาเทคนิคใหม่ ๆ FutureTech Edu ได้รวบรวม 12 กลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย ตั้งแต่การถือครองระยะยาวไปจนถึงการเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อให้คุณค้นพบสไตล์ที่ใช่และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในตลาดการเงินกันได้เลย 

12 เทคนิคการเทรดที่เทรดเดอร์ควรรู้

การเทรดให้ได้ผล ไม่ได้มีแค่ดวง แต่ก็จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคที่เหมาะกับตัวเองด้วย มาดู 12 กลยุทธ์ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้และสามารถนำไปปรับเข้ากับสไตล์ของคุณได้ง่าย ๆ 

1. กลยุทธ์การเทรดแบบถือครองระยะยาว (Position Trading) 

กลยุทธ์นี้เป็นการลงทุนระยะยาว โดยเทรดเดอร์จะถือครองสินทรัพย์ตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงหลายปี มุ่งเน้นการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดในวงกว้าง (Major Trend) โดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักและไม่สนใจความผันผวนในระยะสั้น เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีเวลาน้อยและต้องการการตัดสินใจที่ไม่เร่งรีบ 

2. กลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Trading) 

เทรดเดอร์จะระบุและเข้าซื้อขายไปตามทิศทางของแนวโน้มราคาที่ชัดเจน (Trend) โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อยืนยันว่าแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป กลยุทธ์นี้อาศัยความเชื่อที่ว่า แนวโน้มจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง และมักใช้คำสั่ง Stop Loss เพื่อปกป้องกำไรเมื่อแนวโน้มเริ่มอ่อนแรง 

3. กลยุทธ์การเทรดแบบแกว่ง (Swing Trading) 

การเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงสั้นถึงกลาง โดยปกติจะถือสถานะตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงประมาณ 1–3 สัปดาห์ เทรดเดอร์จะรอจังหวะที่ราคาย่อเพื่อซื้อ หรือดีดขึ้นเพื่อขาย โดยอาศัยการดูกราฟและอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ เพื่อหาจุดกลับตัวที่เหมาะสม กลยุทธ์นี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากเฝ้าหน้าจอตลอดวัน แต่ก็ยังต้องการโอกาสทำกำไรบ่อยกว่าแบบถือยาว (Position Trading) และมีความเสี่ยงน้อยกว่าเทรดรายวัน (Day Trading) 

4. กลยุทธ์การเทรดแบบรายวัน (Day Trading) 

สำหรับเทคนิคการเทรดนี้ เทรดเดอร์จะซื้อและขายสินทรัพย์ทั้งหมดภายในวันเดียวกัน เพื่อทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้น จุดมุ่งหมายคือการปิดสถานะทั้งหมดก่อนตลาดปิด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงข้ามคืน (Overnight Risk) กลยุทธ์นี้ต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็ว การควบคุมอารมณ์และการเฝ้าดูกราฟในกรอบเวลาสั้น ๆ อย่างใกล้ชิด 

5. กลยุทธ์การเทรดแบบเก็งกำไรระยะสั้น (Scalping Trading Strategy)

Scalping เป็นรูปแบบการเทรดที่เร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อทำกำไรเล็กน้อยจากความผันผวนของราคาเพียงไม่กี่จุด และทำการซื้อขายจำนวนมากครั้งในหนึ่งวัน เน้นการเข้าและออกอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยสภาพคล่องที่สูงและความแม่นยำในการจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กน้อยมาก 

6. กลยุทธ์การเทรดสิ้นวัน (End-of-Day Trading Strategy) 

กลยุทธ์นี้จะทำการวิเคราะห์ตลาดและวางคำสั่งซื้อขายในช่วงใกล้ตลาดปิดทำการ โดยอิงจากการวิเคราะห์ข้อมูลราคาทั้งวัน เช่น รูปแบบแท่งเทียนรายวัน (Daily Candlestick Patterns) เทคนิคนี้จะช่วยลดความจำเป็นในการเฝ้าหน้าจอระหว่างวัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีงานประจำที่ต้องการลงทุนเป็นอย่างมาก  

7. กลยุทธ์การเทรดตามพฤติกรรมราคา (Price Action Trading)

กลยุทธ์ที่ไม่พึ่งพาตัวบ่งชี้ทางเทคนิค (Indicators) แต่เน้นการตัดสินใจโดยตรงจากการเคลื่อนไหวของราคาที่แสดงบนกราฟเปล่า เทรดเดอร์จะวิเคราะห์รูปแบบแท่งเทียน ระดับแนวรับแนวต้านและรูปแบบกราฟต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจถึงแรงซื้อแรงขายที่แท้จริงในตลาด 

8. กลยุทธ์การเทรดแบบแนวรับแนวต้าน (Breakout Trading)

  

กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุผ่านระดับแนวต้านที่สำคัญ หรือการขายเมื่อราคาทะลุผ่านระดับแนวรับที่สำคัญ การ Breakout บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายที่แข็งแกร่งมากพอที่จะนำไปสู่การเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ และมักมีการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วหลังจากทะลุ 

9. กลยุทธ์การเทรดในกรอบราคา (Range Trading)

เมื่อตลาดไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนและราคามีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ (Sideway) เทรดเดอร์จะใช้กลยุทธ์นี้โดยการซื้อใกล้ระดับแนวรับ (ด้านล่างของกรอบ) และขายใกล้ระดับแนวต้าน (ด้านบนของกรอบ) เทคนิคการเทรดนี้จะทำกำไรได้ดีเมื่อตลาดอยู่ในช่วงพักตัวและไม่มีข่าวสำคัญมากระทบ 

10. กลยุทธ์การเทรดตามช่องว่างราคา (Gap Trading Strategy)

ช่องว่างราคา (Price Gap) เกิดขึ้นเมื่อราคาสินทรัพย์เปิดสูงหรือต่ำกว่าช่วงการซื้อขายของวันก่อนหน้า กลยุทธ์นี้พยายามเก็งกำไรจากการคาดการณ์ว่าช่องว่างนั้นจะถูกเติมเต็ม (Fill the Gap) หรือจะเคลื่อนที่ต่อไปตามทิศทางของช่องว่างที่เกิดขึ้น ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของข่าวหรือเหตุการณ์ ณ ขณะนั้น 

11. กลยุทธ์การเทรดตามข่าว (News Trading)

กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้นจากการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือรายงานผลประกอบการของบริษัท เทรดเดอร์จะต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ผลกระทบของข่าวได้อย่างรวดเร็วและพร้อมที่จะเข้าหรือออกจากตลาดทันทีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล 

12. กลยุทธ์การเทรดแบบอัลกอริทึม (Algorithmic Trading)

กลยุทธ์ที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกตั้งโปรแกรมด้วยเงื่อนไขทางคณิตศาสตร์ เพื่อทำการซื้อขายในตลาดโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถดำเนินการซื้อขายได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมาก ลดข้อผิดพลาดของมนุษย์ และขจัดอคติทางอารมณ์ในการตัดสินใจซื้อได้  

กลยุทธ์และเทคนิคการเทรดแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?   

การเลือกะเทคนิคการเทรดที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เวลาที่คุณมีให้กับการเทรด ความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้และเป้าหมายทางการเงินของคุณ หากคุณเป็นมือใหม่ที่มีเวลาน้อย อาจเริ่มต้นด้วย Position Trading หรือ Swing Trading เนื่องจากมีความกดดันน้อยกว่า ในขณะที่หากคุณสามารถทุ่มเทเวลาและมีความอดทนสูง Day Trading หรือ Scalping อาจเป็นทางเลือกที่ท้าทายสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกสไตล์ไหน สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนอย่างมีระบบและเข้าใจตลาดอย่างแท้จริง และเพื่อให้คุณพัฒนาได้เร็วขึ้น FutureTech Edu ขอแนะนำคอร์สสอนเทรดที่ออกแบบร่วมกับ KnightArmy Academy ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง เน้นการสอนแบบลงมือทำ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงเทคนิคเชิงลึก ช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเองและก้าวสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้อย่างมั่นใจ 

สรุปบทความ 

การเทรดให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชค แต่ต้องอาศัยความเข้าใจตลาดและการเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้น หรือเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ หากคุณรู้จัก 12 เทคนิคและกลยุทธ์การเทรด เช่น Position Trading, Swing Trading, Day Trading, Price Action รวมถึง Algorithmic Trading นี้ ก็จะช่วยให้คุณมีมุมมองที่กว้างขึ้นและเลือกแนวทางที่ตอบโจทย์ตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือการฝึกฝนอย่างมีระบบ มีวินัยและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปเสมอ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการต่อยอดทักษะการเทรดให้แม่นยำขึ้น FutureTech Edu พร้อมช่วยพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอนผ่านคอร์สเรียนที่สอนโดยเทรดเดอร์มืออาชีพจาก KnightArmy Academy ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงแบบเข้มข้น เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากศูนย์หรือมีประสบการณ์มาก่อน เราก็จะช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์ที่มั่นคง เทรดอย่างมีวินัยและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกภาวะตลาด ก้าวสู่ความเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพอย่างมั่นใจไปด้วยกันกับเรา 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

1. ควรเลือกกลยุทธ์เทรดแบบไหนดีสำหรับมือใหม่?

สำหรับมือใหม่ กลยุทธ์การเทรดแบบถือครองระยะยาว (Position Trading) หรือการเทรดตามแนวโน้ม (Trend Trading) มักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากใช้กรอบเวลาที่ยาวขึ้น ทำให้มีความกดดันน้อยกว่าและมีเวลาในการวิเคราะห์และตัดสินใจมากขึ้น  

2. เทคนิคการเทรดระยะสั้นกับระยะยาวต่างกันอย่างไร? 

เทคนิคการเทรดระยะสั้น เช่น Scalping หรือ Day Trading ที่มุ่งเน้นไปที่การทำกำไรจากความผันผวนเล็กน้อยและใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลัก โดยต้องใช้เวลาเฝ้าหน้าจอสูงและมีความเสี่ยงสูงส่วนระยะยาว เช่น Position Trading เน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การถือครองยาวนาน และการทำกำไรจากแนวโน้มหลักของตลาด  

3. ใช้กลยุทธ์การเทรดหลายอย่างพร้อมกันในบัญชีเดียวได้หรือไม่?

สามารถทำได้ แต่ต้องแยกพอร์ตและเทคนิคการเทรดออกจากกันอย่างชัดเจน เช่น ใช้บัญชีหนึ่งสำหรับการ Scalping และอีกบัญชีหนึ่งสำหรับการ Position Trading เพื่อป้องกันไม่ให้การตัดสินใจจากกลยุทธ์หนึ่งส่งผลกระทบต่ออีกกลยุทธ์หนึ่ง และเพื่อความง่ายในการจัดการความเสี่ยงในการลงทุน   

อ่านต่อในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง